ทราบหรือไม่? ทำไมไมเคิล พอร์เตอร์ กูรูด้านกลยุทธ์ จึงกล่าวว่า “แก่นแท้ของกลยุทธ์ คือ การเลือกว่าอะไรที่จะไม่ทำ”

ไมเคิล พอร์เตอร์ ได้รับยกย่องว่าเป็นกูรูด้านกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ เขาเขียนตำราเกี่ยวกับกลยุทธ์การแข่งขันขององค์กรไว้หลายเล่ม รวมทั้งได้บรรยายและตอบข้อสงสัยในเรื่องเหล่านั้นในหลายโอกาสด้วยกัน

พอร์เตอร์นำเสนออย่างจริงจังว่ากลยุทธ์ที่ดีต้องเลือกมุ่งเน้นในบางด้าน และเลือกที่จะสละบางด้าน เพราะการดำเนินงานที่เป็นกลยุทธ์ต้องเน้นมาก ให้ความสำคัญมาก มีการกระทำซ้ำในทิศทางเดียวกันบ่อยมาก และต่อเนื่องยาวนาน

“If you don’t do it often, it’s not strategy,” ถ้าคุณไม่ทำมันบ่อยๆ มันก็ไม่ใช่กลยุทธ์

“If you don’t pursue a direction for two or three years, it’s meaningless.” ถ้าคุณไม่ทำต่อเนื่องในทิศทางเดียวกันสองสามปี มันก็ไม่มีความหมายเลย

กลยุทธ์ที่จะเป็นประโยชน์ได้ จึงต้องชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด และองค์กรต้องทุ่มเทจริงจังกับทิศทางนั้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง หากจะทำเช่นนั้นได้ก็แปลว่าองค์กรต้องเลือกที่จะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ทิศทางนั้นด้วย

ดังนั้นหากองค์กรทำทุกอย่างเพื่อเอาใจกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มก็จะไม่มีใครได้อะไรเลย เพราะหลายสิ่งหลายอย่างก็จะหักล้างกันเองหมด และทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดก็จะไม่เพียงพอที่จะทำให้เป้าหมายใดบรรลุผลอย่างจริงจัง

พอร์เตอร์ กล่าวถึงความเป็นไปได้ 3 ประการ ที่ทำให้กลยุทธ์ที่ดีจำเป็นต้องเลือกบางด้านและละทิ้งในบางด้าน

ประการแรก สิ่งที่จะทำนั้นขัดกัน เช่น อาจต้องเลือกว่าจะเน้นละเอียดรอบคอบหรือจะเน้นรวดเร็ว เน้นประหยัดหรือเน้นสมบูรณ์แบบ เพราะอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้โดดเด่นได้ทั้งสองด้านไปพร้อมกัน

ประการที่สอง กิจกรรมที่ต้องทำก็ต้องเลือก เพราะแต่ละกิจกรรมก็มีรายละเอียดที่ต่างกันและให้ผลที่ต่างกัน และถ้าทำสิ่งใดก็ได้ผลของกิจกรรมนั้น

ประการที่สาม การสื่อสารภาพลักษณ์ทำไม่ได้ ถ้าเลือกทำหลายอย่างสลับไปมา หรือพร้อมๆ กัน ดูแล้วไม่เห็นว่าองค์กรจะจริงจังในเรื่องใดแน่

เมื่อองค์กรเลือกกลยุทธ์ใดแล้วก็ควรแน่วแน่ในทิศทางนั้นและตัดใจไม่ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ทิศทางนั้น เพราะหากทำทุกอย่างเพื่อเอาใจทุกคน สิ่งที่องค์กรทำก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์

หลายองค์กรไม่อาจทำได้ตามคำแนะนำของพอร์เตอร์ เนื่องจากมัวห่วงว่าจะต้องปรับปรุงทุกด้าน ทำทุกอย่างที่มีโครงสร้างองค์กรรองรับ และเพราะไม่กล้าเลือก เหตุที่ทำให้ไม่กล้าเลือกก็คือไม่มีการศึกษาวิจัยรองรับว่าทิศทางที่ต้องเลือกทำและที่ต้องเลือกทิ้งควรจะเป็นเรื่องใด รากฐานของการเลือกกลยุทธ์ที่ถูกต้องและดำเนินการให้บรรลุผล จึงยึดโยงอยู่กับการสำรวจและวิเคราะห์เพื่อให้ได้คำตอบว่าผลประโยชน์ขององค์กรอยู่ที่ใด แล้วจึงเลือกดำเนินกลยุทธ์ในทิศทางนั้นด้วยความมั่นใจ

Advertisements